| Jazz in Chiang Mai
แหม
ช่วงนี้เมืองเชียงใหม่ของหมู่เฮา ดนตรีแจ็ซซ์มาแรงเหลือเกิน เรียกว่าใครไม่เคยฟัง ไม่รู้จัก หรือไม่รักในเสียงเพลงแจ็ซซ์ อาจกลายเป็นคนตกเทรนด์ไปง่ายๆ อยากรู้จริงว่าดนตรีสไตล์แจ็ซซ์นี่ มีเสน่ห์ตรงไหน ทำไมถึงฮิตกันจังน้า! ว่าแล้วก็เลยคว้าตัว คิม ปริย เพิ่มพัฒนากุล นักร้องเพลงแจ็ซซ์ ประจำร้าน North Gate ประตูช้างเผือก มาครวญ เอ้ย! เล่าให้ฟังถึงเสน่ห์แห่งเสียงเพลงให้เราได้ฟังกัน
ผมร้องในสไตล์สแคท (Scat) ซึ่งเป็นอีกสายหนึ่งของการร้องเพลงแจ็ซซ์ สแคทจะร้องแบบเป็นเมโลดี้ เป็นเสียงของคำที่ไม่มีความหมาย เพราะช่วงฝึกนี่ฟังเพลงที่เป็นเมโลดี้มากกว่าเลยมาทางนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าง่ายกว่าด้วย ถ้าจะให้ไปร้องเป็นคำๆ หรือแร็พกันสดๆ คงทำไม่ได้เพราะจำเนื้อร้องไม่ค่อยได้ (หัวเราะ) ตอนแรกที่เริ่มร้องแบบนี้คนก็ไม่ค่อยยอมรับเหมือนกันเพราะเขาไม่เคยฟังแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้คนก็รู้จักมากขึ้นแล้ว
ดนตรีแจ็ซซ์ในเชียงใหม่ตอนนี้บูมมาก คิดว่าน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนไปร้องที่ถนนคนเดินเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ตอนนั้นคนก็ยังเหวอๆ อยู่ว่าอะไร พอมีเทศกาลแจ็ซซ์ขึ้นมาคนก็รู้จักมากขึ้น ตอนนี้รุ่งมาก อย่างตามโรงแรมก็เริ่มเปลี่ยนจากโฟล์คสดมาเป็นแจ็ซซ์ เหมือนเป็นกระแสเลยนะ โดยเฉพาะในเชียงใหม่ ยังเคยแอบคิดเลยว่ากลุ่มของเราที่ไปเล่นถนนคนเดินตอนนั้น อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ก็ได้ ตอนนี้นักศึกษาที่ภาควิชา ดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพก็เลือกเรียนเพลงแจ็ซซ์กันเยอะ โดยเฉพาะอาจารย์เต๊ะ (อิทธินันท์ อินทรนันท์) นี่มีอิทธิพลมากๆ ต่อนักดนตรีแจ็ซซ์ในเชียงใหม่
ความน่าสนใจของเพลงแจ็ซซ์อยู่ที่ความอิสระ อิสระแต่ไม่นอกลู่นอกทาง เพราะมีคอร์ด มีจังหวะคอยคุมอยู่ แต่เราสามารถใช้กฎเกณฑ์ตรงนี้มาสร้างเมโลดี้ สร้างท่วงทำนองใหม่ๆ ได้เอง โดยที่ไม่ต้องกลัว อย่างเพลงป็อปคนก็จะรู้จักว่าเป็นยังไง เพราะมีฟอร์มของเพลงเป็นแนวทางอยู่ เพลงแจ็ซซ์ถ้าร้องสิบครั้งแล้วร้องเหมือนกันทั้งสิบครั้งก็จะขาดความเป็นแจ็ซซ์ไป ดูไม่ใช่ธรรมชาติของเพลงแจ็ซซ์เท่าไหร่
เพราะฉะนั้นเสน่ห์ของเพลงแจ็ซซ์ก็คือความอิสระ |