HIP People
HIP Interview
HIP Pub & Restaurant
HIP Design
HIP Cafe
HIP Lyrics
HIP Scoop
HIP Just One Page
HIP Calendar
HIP Exhibition
HIP Music in the Kitchen
HIP Mouth
HIP Music Story
HIP Fashion
HIP Music
HIP Siam Music
HIP Film
HIP Program
HIP Book
HIP Restaurant
HIP Calendar
 
 
 
 
 
คุณรู้จัก ‘ป้าแจ๊ด’ ไหม?
เรื่อง: น. ส. หลงทาง
ภาพ: อัจฉรี
คอลัมน์ : HIP Music
ฉบับ : March 2007 Vol.3
 

ปกติเด็กเรียนชั้นมัธยมปลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์ ด้วยหวังว่าการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจะเป็นบันไดขั้นแรกของการประสบความสำเร็จในชีวิต เราจึงพบเห็นเด็กวัยนี้ใช้เวลาว่างในวันหยุดขลุกอยู่ตามสถาบันกวดวิชา บ้างก็บ้านของอาจารย์สอนพิเศษดังๆ แต่ยังมีเด็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เลือกใช้วันว่างขลุกอยู่ที่โรงเรียนสอนดนตรี และเลือกสะสมประสบการณ์และฝึกฝนฝีมือเพื่อดนตรี ‘แจ็ซซ์’ ที่พวกเขาชื่นชอบ 

                การได้พบเจอกับเด็กกลุ่มนี้ทำให้ น.. หลงทาง คิดถึงคำกล่าวของ ‘ครูโจ’ . บฤงคพ วรอุไร หัวหน้าภาควิชาดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ เคยพูดไว้ว่า

                “เมืองเชียงใหม่เป็นสถานที่มีบรรยากาศเหมาะกับการสร้างสรรค์งานศิลปะรวมทั้งในแขนงของดุริยศิลป์ด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะได้ศิลปะแต่ละแขนงได้เป็นแรงบันดาลเอื้อให้แก่กันและกัน คนดนตรีรู้จักกันอย่างทั่วถึง สิ่งเหล่านี้ได้เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างบุคลากรดนตรีรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง”

                เด็กน้อย 4 คนนี้ทำให้เราคิดถึงผลผลิตจากบรรยากาศที่ ‘ครูโจ’ เคยว่าไว้ เพราะพวกเขาคือ ลูกหลานคนดนตรีที่ได้รับอิทธิพลจากคนดนตรีเชียงใหม่อย่างแท้จริง

                คนแรก ป่า - พนา โทปุญยานนท์ อายุ 14 ปี เรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนมงฟอร์ตมัธยม ซึมซับความชอบดนตรีมาจากการฟังเพลงยุค 60s – 80s ของคุณพ่อคุณแม่ กระทั่งอายุได้ 11 ปี ป่าก็สนใจอยากเรียนดนตรีที่โรงเรียนดนตรีวรนันท์ และที่นี่เองทำให้เขาได้มาเล่นดนตรีกับพี่ๆ ที่ถือว่าเป็นเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งก็คือ นล, เพียว และ มาย     

                นล - นล อินทรนันท์ อายุ 15 ปี เรียนชั้น ม. 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เด็กชายหน้าคมเข้ม พูดจาฉะฉานคนนี้ หลายคนคุ้นหน้าเขาดีในฐานะ ลูกชายคนที่ 2 ของ ‘อาจารย์เต๊ะ’ อิทธินันท์ อินทรนันท์ จากการเติบโตในครอบครัวที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นนักดนตรีแจ็ซซ์ชั้นครูของเชียงใหม่ จึงทำให้ นล กลายเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น       

เพียว -  เพียว วาตานาเบะ อายุ 16 ปี ม. 5 โรงเรียนดาราวิทยาลัย ตอนแรกตั้งใจเรียนดนตรีเพราะอยากรู้อยากเรียน ตอนหลังเขาตั้งใจฝึกฝนตนเองให้เก่งยิ่งขึ้นเพื่อนำไปใช้ต่อในมหาวิทยาลัย

ส่วนคนสุดท้าย มาย - ดนตรี ศิริบรรจงศักดิ์ เรียนอยู่ชั้น ม. 5 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ด้วยวัย 17 ปี เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กระตือรือร้นในการฟังเพื่อศึกษา   

 ทั้ง 4 คนมาพบกันที่โรงเรียนดนตรีวรนันน์ แล้วนึกสนุกตั้งวงดนตรีแจ็ซซ์แบบเด็กๆ ภายใต้ชื่อว่า ‘ป้าแจ๊ด’

จุดเริ่มต้นของการทำวงดนตรี

มาย: อยากเล่นดนตรีแบบที่เราชอบ และแจ็ซซ์เล่นคนเดียวมันไม่สนุก

เพียว:  จริงๆ เราฝึกฝนคนเดียวกับเทปก็ได้ แต่การที่เราฝึกด้วยกัน ฝึกฝนกับคน มันจะเจอปัญหา แล้วทักษะเราจะเพิ่มขึ้นมากกว่าการที่เราฝึกคนเดียว ที่สำคัญคือสนุกกว่า ถ้าเราฝึกคนเดียวเราจะไม่ได้แสดงออกครับ ถ้าเราเล่นกับเพื่อนนี่เรายังมีโอกาสถึงแม้ไม่มีเวที เราก็ชวนกันไปเล่นที่ถนนคนเดิน ก็จะได้ทั้งความสุข สนุก และประสบการณ์ มาย: เชียงใหม่ดีตรงที่มีพื้นที่ให้เราแสดงออก ถ้าเราอยู่กรุงเทพเราก็ไม่รู้จะไปแสดงกันที่ไหน ไปไหนมาไหนก็ลำบาก แต่เชียงใหม่ราอยากเล่นที่ไหนเราก็เล่นได้

 

ทำไมต้องดนตรีแจ็ซซ์

มาย: มันสมควรแก่เวลาแล้วครับ (ทำหน้าคิด) ก็มันอยากเล่นแล้วอ่ะ แต่ก่อนเราก็เล่นเพลงทั่วไปของค่ายแกรมมี่ อาร์เอส ส่วนป่าเล่นดนตรีคลาสสิกมาก่อน

เพียว: ส่วนผมเล่นเพลงป๊อปนอกกระแสและเพิ่งมาเล่นแจ็ซซ์ได้ปีกว่า ก็ยากเหมือนกันครับ

 

รู้จักดนตรีแจ็ซซ์กันได้อย่างไร  

เพียว: จริงๆ เพิ่งเริ่มฟังได้ประมาณ 1 ปีครับ มาเรียนที่นี่ (โรงเรียนดนตรีวรนันท์) อาจารย์ยัดเยียดเพราะเป็นแบบฝึกหัด (“อย่าเรียกว่ายัดเยียดสิ” นล แย้งแบบขำๆ) อ๋อ เป็นแบบฝึกหัดให้กระตุ้นครับ เช่น รูปแบบเพลงตรงกับทฤษฎีนี้ ให้เราไปฟังมา ซึ่งแจ็ซซ์ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่เราจะต้องเรียน  

 นล: เริ่มตั้งแต่ผมอยู่ในท้องแล้วมั้งครับ เพราะพ่อผมเป็นนักดนตรีแจ็ซซ์ แต่ถ้าชอบแจ็ซซ์จริงๆ ผมก็เพิ่งเริ่มมาได้ปีสองปี แต่ก่อนก็ชอบตามเพื่อน อยู่โรงเรียนไม่มีใครฟังแจ็ซซ์เลย ผมเลยเริ่มจากฟังสมูธแจ็ซซ์ก่อน ก็ชอบตรงที่เป็นอะไรที่ไม่เชิงใหม่ ไม่เชิงเก่า ไปได้เรื่อยๆ (“ใส่ความเป็นตัวของตัวเองได้” มายช่วยเสริม)

ป่า: ผมเริ่มชอบแจ็ซซ์จากพี่ พี่ผมฟังบอสซาโนว่า แล้วก็มีศิลปินคนหนึ่งเขาเป่าแซ็กโซโฟนด้วย ก็เลยชอบ เป็นเครื่องดนตรีโลหะแต่ให้เสียงนุ่มนวล ไม่เหมือนพวกทรัมเป็ต แต่ตอนมาเรียนตอนแรก อาจารย์เต๊ะ ให้เล่นคาลิเนตก่อนเพราะตอนนั้นยังแบกแซ็กโซโฟนไม่ไหว (ป่าพูดยิ้มๆ)   

มาย: ของผมเริ่มเข้ามาตอนฟังเพลงของค่ายเบเกอรี่ครับ เพิ่งรู้ว่าดนตรีมันมีเยอะกว่านั้น อยากขอบคุณวงอาร์มแชร์ อัลบั้มแรกมากเลย เป็นบอสซาโนว่าด้วย มีเสียงฟรุ้ทด้วย เลยเอาอัลบั้มนั้นไปถามพ่อ พ่อเลยให้ สแตนเกทส์ (Stan Getz) มาให้ฟัง ก็รู้ว่านี่คือ ‘แจ็ซซ์’ แล้วก็เริ่มหาเพลงฟังจากลุงโหน่ง (บก. HIP) ครับ ซีดีเยอะ  

 

ปกติเล่นกันที่ไหนบ้าง

นล: ก็ถนนคนเดิน ร้านขันอาษา ร้าน 94 Coffee แต่ก็ไม่ได้เล่นประจำส่วนมากเราก็ไปแจมครับ

มาย: ในส่วนนี้ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ เขาด้วยนะครับที่ทำให้เด็กอย่างพวกเราได้มีโอกาส ได้ประสบการณ์ และเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ด้วยครับ  

 

ข้อดีของการเล่นดนตรีแจมกับพี่ๆ

เพียว: ปกติเราก็ได้แค่มองตัวเราเอง แต่พอคนอื่นมองเราก็จะเห็นข้อดีข้อเสีย และก็มีหลากหลายความคิดเห็น พี่เขาจะไม่บอกให้เราแก้โดยตรงแต่จะบอกให้ลองไปทำดูนะ บางอย่างถ้ามีผู้ใหญ่มาแนะนำก็ดีกว่า เพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า อายุมากกว่า คือมากกว่าเราทุกด้าน ก็ขอบคุณทุกคนครับที่ช่วยแนะนำ

 

อยากให้วงเป็นยังไงต่อไปในอนาคต

มาย: โตขึ้น

นล: ไม่จำเป็นต้องดังแบบดีทูบีก็ได้ครับ

เพียว: อยากเล่นด้วยกันให้นานที่สุด

  

โตขึ้นอยากเป็นอะไร

มาย: อยากทำสิ่งที่ตัวเองรักไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะรักอะไร แต่ก็อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

เพียว: ยังไม่แน่นอนครับ ก็อาจจะคล้ายๆ มาย แต่ถ้าวันนึงผมหมดสนุกตรงนี้ก็อาจจะหาอะไรใหม่ๆ ทำ อ๋อ ผมอยากเป็นครูอนุบาลด้วยครับ น่าสนุกดี 

นล: ผมจะทำโรงเรียนดนตรีต่อจากพ่อครับ อยากอยู่ที่นี่ไม่อยากไปไหน

ป่า: เป็นไปได้ก็อยากเปิดโรงเรียนแบบวรนันท์นะครับ (เปิดแข่งกับนล - เพื่อนแซว) ก็อยากเป็นครูสอนดนตรีด้วยครับ

 

นิยามคำว่า ‘ป้าแจ๊ด’ ให้หน่อย

มาย: ‘ป้าแจ๊ด’ คือ วงดนตรีเด็กๆ ที่อยากมีประสบการณ์ เราเคยเห็นแต่คนมีอายุเล่นแจ็ซซ์ใช่มั้ยครับ แต่เรายังเด็กอยู่ อยากเล่นได้อย่างนั้นบ้าง ตอนแรกเป็น ‘ป๋าแจ็ซซ์’ แต่เราเขียนเป็นภาษาอังกฤษมีคนมาอ่านเป็น ‘ป้าแจ๊ด’ เราฟังแล้วมันก็ติดหูดี แนวมากๆ ก็เลยตกลงเป็น ‘ป้าแจ๊ด’ พูดไปแล้วก็อาจจะเป็นวงของป้าด้วย เพราะป้าเบลล์ (ชื่อจริง คุณแม่ของนล) เขาเป็นคนสนับสนุนเรา

เพียว: ก็เป็นวงๆ หนึ่งที่เด็กๆ เล่นดนตรีกัน แต่พูดไปพูดมาแจ็ซซ์ก็เป็นดนตรีเชยนะ สมัยคุณลุง คุณปู่ เมื่อเปรียบเทียบกับร็อคที่เพิ่งเกิดมา แต่คำว่าป้าแจ๊ด (ออกเสียงเมืองๆ) มันก็ดูสดใสดีครับ อยากนำเสนอแจ็ซซ์ในมุมของเรา ผมคิดว่าบางทีวัยรุ่นเขาชอบแต่งตัวตามยุคตามสมัยกัน แต่เราอยากเชยอ่ะ ผมว่า ‘เชย’ มันเป็นคำชมของผมไปแล้ว

นล: ‘ป้าแจ๊ด’ คือ... (‘แม่ผมเองครับ’ – เพื่อนแซวพร้อมกัน) ป้าแจ็ซซ์ก็มาจากหลายๆ อย่าง หลายๆ ที่ แล้วแจ็ซซ์นี่มีคนเล่นอยู่เรื่อยๆ พ่อก็บอกว่าตอนนี้ที่ยุโรปกับญี่ปุ่นก็กำลังบ้ากันมากๆ ก็ไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องชอบแจ็ซซ์แบบเรา ที่เล่นดนตรีด้วยกันก็เพราะอยากให้มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างในวงการดนตรี

ป่า: ‘ป้าแจ๊ด’ เป็นวงเด็ก แต่เล่นดนตรีแจ็ซซ์ครับ 

 

 

 

    

 

 

 

 

 

 
HIP Board | Talk to HIP | About HIP | Contact HIP | Advertisement
Copyright © 2006 HIP Magazine. All rights reserved.