HIP People
HIP People2
HIP Scent of Chiang Mai
HIP Scoop
Eat&Drink
Coffee&Cake
HIP Music
HIP Music2
HIP Talk
Talk2
HIP Art
Fall On Deaf ears
Music
HIP Film
hip special
Hip Massage
โพรง
Meaning
HIP Book
HIP Calendar
HIP Mouth
HIP Just One Page
 
 
 
 
 
โนเวเชนโต้
เรื่อง: ชลธิดา
ภาพ: ...
คอลัมน์ : HIP Book
ฉบับ : August 2009 Vol.5
 

โนเวเชนโต้

ผู้อยู่เหนือกว่าความเป็นจริงในโลก

            โนเวนเชนโต้ นวนิยายเล่มล่าสุดจากปลายปากกาของ อเลซซานโดร บาริกโก นักเขียนชาวอิตาลี ผู้ฝากผลงานซาบซึ้งสะเทือนใจผู้อ่านมาหลายแล้วหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น ‘ไหม’ หรือ ‘ไร้เลือด’ และนี่คือนวนิยายงดงามอีกเล่มที่เพิ่งแปลและตีพิมพ์ออกมาในรูปแบบนวนิยาย โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ให้แฟนหนังสือชาวไทยได้อ่านกัน

                แรกเริ่มเดิมที บาริกโก เขียนเรื่องนี้ให้กับนักแสดงชื่อ เออูเจนิโอ อัลเลกริ และผู้กำกับละครเวทีชื่อ กาบริเอเล วาชิส นำไปสร้างเป็นละครเวทีในงานเทศกาลเมืองอัสติ ประเทศอิตาลี ในปี 2537 สำหรับ บาริกโก นี่คือบทประพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างบทละครแท้จริงกับเรื่องเล่าสำหรับอ่านออกเสียง ซึ่งยังคงหาคำจำกัดความอย่างแน่ชัดไม่ได้ว่านี่คือบทละครหรือนวนิยายกันแน่ เพราะไม่ได้แบ่งเป็น องก์ หรือเป็นฉากเป็นตอนเช่นบทละครทั่วไป แต่ก็แทรกเสียงดนตรี การเคลื่อนไหวของนักแสดงประกอบการเล่าเรื่องเข้าไปด้วย แต่ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกจัดอยู่ในประเภทใด โนเวนเชนโต้ ก็ยังคงเป็นเรื่องราวแสนงามของชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับท้องฟ้า มหาสมุทร คลื่นลมอันโยกไหวแกว่งไกวชีวิตของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เด็กชายตัวน้อยนอนลืมตาในกล่องกระดาษ มีรูปวาดมะนาวสีน้ำเงิน เขียนว่า ที ดี เล ม่อน ซึ่งถูกวางทิ้งอยู่บนเปียโน เด็กแรกเกิดผู้ไม่มีที่มาที่ไป และถูกเลี้ยงดูโดย แดนนี่ บู้ดแมนน์ กะลาสีของเรือเวอร์จิเนียซึ่งไปพบเข้าโดยบังเอิญ ชีวิตของเขาเริ่มต้นขึ้นพร้อมศตวรรษที่ 19 นั่นทำให้เขาได้ชื่อว่า โนเวนเชนโต้ อันแปลว่า 1900 มาต่อท้ายชื่อแสนยาวเหยียดว่า แดนนี่ บู้ดแมนน์ ที ดี เลม่อน โนเวเชนโต้ เขาเติบโตอยู่ในนั้นพร้อมพรสวรรค์ด้านเปียโนอันยิ่งใหญ่ บนเรือโดยสารข้ามระหว่างยุโรปกับอเมริกา โดยไม่เคยเหยียบย่างลงบนผืนดินเลยตลอดชีวิตของเขา

ตอนนั้นเขาอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่ดูเหมือนอายุมากกว่า ผมแทบไม่รู้จักเขา เราเล่นดนตรีในวงด้วยกันในช่วงสี่วันนี้ ก็แค่นั้นเอง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องเคบิ้นของเขาอยู่ที่ไหน แน่ล่ะว่า คนอื่นๆ พูดถึงเขาให้ผมฟังบ้าง เล่าเรื่องประหลาด บอกว่าโนเวเชนโต้ไม่เคยขึ้นจากเรือ เขาเกิดในเรือลำนี้ และอยู่ในเรือตั้งแต่นั้นมาตลอดเวลายี่สิบเจ็ดปี ไม่เคยย่างเท้าเหยียบพื้นดิน พูดแบบนี้เหมือนเกินจริงอย่างมโหฬาร – ยังพูดกันด้วยว่า เขาเล่นดนตรีที่ไม่เคยมี…

และเสียงเปียโนน่าทึ่งของเขา ก็เป็นจริง เท่ากับการที่พระเจ้ามีจริง

แต่เรื่องราวความอัจฉริยะของเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ฝีมือการเล่นเปียโนอันลือเลื่องเท่านั้น ชายผู้นี้ยังมีพรสวรรค์อันวิเศษที่จะเรียนรู้และลักขโมยจิตวิญญาณของผู้โดยสารมาไว้กับตัว และตลอดเวลาที่เขาเล่นดนตรี สายตาที่ทอดเหม่อไปไกลกว่าตัวโน้ตนำทางเขาไปสู่การเดินทางอันแสนไกล จินตนาการเหล่านั้นเขาเก็บเกี่ยวมันมาจากการพูดคุยและฟังเรื่องเล่าจากผู้โดยสารข้ามฟากเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า แม้จะไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัส หรือแม้แต่ได้กลิ่นของโลก กระนั้นด้วยการรู้จักอ่านคนอย่างประณีต ก็ทำให้โนเวนเชนโต้เดินทางไปกับภาพจินตนาการอันน่าอัศจรรย์ได้

...ทุกวันจะเพิ่มชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ลงบนแผนที่ขนาดมโหฬารที่เขาค่อยๆ วาดขึ้นทีละน้อยในความคิด แผนที่ขนาดมโหฬาร แผนที่โลกแผ่นนี้ โลกทั้งดวง จากตรงนี้จนสุดปลายทาง เมืองขนาดยักษ์และมุมต่างๆ ในบาร์ แม่น้ำสายยาว แอ่งน้ำเล็กๆ เครื่องบิน สิงโต แผนที่สุดวิเศษ แล้วเขาก็เดินทางร่อนไปเหนือภาพนั้นราวกับพระเจ้า ขณะที่นิ้วของเขาพรมลงบนคีย์เปียโน พลางลูบไล้เส้นโค้งของจังหวะแร็กไทม์

โนเวนเชนโต้ จึงเป็นทั้งนักเปียโน และนักเดินทางด้วยจินตนาการอันยิ่งใหญ่ แม้ว่าฝีมือและพรสวรรค์จะสามารถเนรมิตทุกอย่างที่ต้องการให้เขาได้ แต่สิ่งที่เขาเลือกคือตัดสินใจ ‘อยู่’ แต่บนแผ่นเหล็กลอยน้ำ กระทั่งเวลาสุดท้ายของชีวิต 

ผมเกิดบนเรือลำนี้ แล้วโลกก็ผ่านเข้ามาในเรือลำนี้ แต่ครั้งละสองพันคน แล้วความปรารถนาก็มีเหมือนกัน ทว่า ก็ไม่มีอะไรเกินไปกว่าที่จะจำกัดขอบเขตอยู่ในพื้นที่จากหัวเรือถึงท้ายเรือ นายเล่นสนุกกับความสุขบนคีย์เปียโน ที่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด ผมเรียนรู้แบบนี้

บนบก เป็นเรือใหญ่เกินไปสำหรับผม เป็นการเดินทางอันยาวนานเกินไป เป็นหญิงที่สวยเกินไป เป็นน้ำหอมกลิ่นแรงเกินไป เป็นดนตรีที่ผมเล่นไม่เป็น ยกโทษให้ผมด้วย แต่ผมจะไม่ขึ้นจากเรือหรอก ปล่อยให้ผมกลับไปเถอะนะ

ได้โปรดเถอะนะ

สำหรับโนเวเชนโต้ สิ่งที่มองเห็น ไม่สำคัญเท่ากับ สิ่งที่มองไม่เห็น และโลกก็น่าหวาดหวั่นเกินไป การถอยกลับไปสู่โลกของเขา โดยมีตัวเขาเองเป็นผู้เลือก จึงน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

การมีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคของมนุษย์ ไม่ว่า อเลซซานโดร บาริกโก จะไม่อยากให้ใครกล่าวถึงหรือแม้แต่แนะนำนวนิยายของเขาก็ตาม สำหรับใครที่ยังยินดีที่จะซึมซับความงาม และอยากสะเทือนความรู้สึกด้วยอุณหภูมิอุ่นๆ แฝงอารมณ์ขันร้ายๆ จากนวนิยายตามแบบฉบับของบาริโก ก็ไม่ควรพลาดนวนิยายเรื่อง โนเวเชนโต้ นี้

ทางสู่ความสุขของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน แม้ ชีวิตจะเป็นของใหญ่โตมโหฬาร แต่ไม่ว่าใครจะเกิดมาแบบไหน ทุกคนย่อมมีสิทธิ์เลือกทางชีวิตให้ตัวเองเสมอ

ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเข้าใจความมโหฬารของมันหรือไม่เล่า 

*ตัวเอียงมาจากข้อความจากหนังสือ

 

โนเวเชนโต้

ผู้เขียน : อเลซซานโดร บาริกโก

ผู้แปล : งามพรรณ เวชชาชีวะ

ราคา 119.50 บาท

 

 

Book Released!

 

เล่าเรื่องร้อน (รวมนักเขียน  / 150 บาท / สำนักพิมพ์ร้านเล่า)

รวมความเรียงอันดับสอง ว่าด้วยเรื่อง ร้อน ร้อน ของเหล่ามิตรร้าน ‘เล่า’ หากใครเคยมีรักและผ่านชีวิตช่วงวัยรุ่นมาแล้ว น่าจะอินกับหนังสือเล่มนี้ ไม่มากก็น้อย นี่คือรวมความเรียงลำดับที่สอง ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ร้านเล่า ร้านหนังสือเล็กๆ แต่น่ารักและอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของคอหนังสือ เล่มนี้มีทั้งนักเขียนร้อนระอุแห่งยุคอย่าง คำ ผกา รวมทั้งนักเขียนหน้าใหม่ที่มาช่วยกันเร่งอุณหภูมิให้ทะลุจุดเดือด

ความเรียงเล่มนี้ ไม่เพียงอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่อยากบอก ‘เล่า’ สู่กันฟังผ่านตัวหนังสือ แต่ยังหมายถึงจินตนาการและประสบการณ์ของผู้เขียนที่อยากถ่ายทอดสู่คนอ่าน ซึ่งไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่เพียงใด แต่คุณค่าของการถ่ายทอดก็ยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะมาจากเรื่องอะไร หรือ จากประสบการณ์ของใคร รุ่นไหน ก็ตาม

“ในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 1995 คลื่นความร้อนเริ่มโจมตีมนุษย์เป็นครั้งแรก ในฐานะภัยธรรมชาติ ด้วยการอบนครชิคาโกที่อุณหภูมิ 41.1 องศาเซลเซียส อย่างต่อเนื่องนานสองสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 600 ราย และมันกลับมาที่ชิคาโกอีกครั้ง ในปี 1998 ด้วยอุณหภูมิเดิม ในคราวนี้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 700 รา...”

อุณหภูมิของโลกว่าร้อนร้ายแล้ว ถ้าองศาในจิตใจยิ่งสูงกว่า โอกาสการทำลายกันและกันของมนุษย์ ก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้น

ในบางกรณียังอาจหมายถึง การเผาไหม้จิตใจให้กลายเป็นจุณ 

 

เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน (ฮารูกิ มูราคามิ : เขียน / แฟนมูราคามิรวมหัว : แปล / 175 บาท / สำนักพิมพ์กำมะหยี่)

                ใครเป็นแฟนตัวยงของนักเขียนชาวญี่ปุ่นนาม มูราคามิ คงไม่ต้องเอ่ยถึงเสน่ห์ในตัวอักษรของเขาให้มากความ ชายผู้ถูกเอ่ยถึงเมื่อกล่าวถึงงานเขียนแบบโพสต์โมเดิร์นผู้นี้ เขียนเรื่องราวความเหงาได้งามจับใจเลยทีเดียว และสิ่งนั้นคงจะโดนใจใครหลายคน แม้กระทั่งนักเขียนชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ปาลิดา ผลิตผลการพิมพ์, โตมร สุขปรีชา, วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา ฯลฯ ให้ต้องมารวมหัวกันแปลเรื่องสั้นของนักเขียนจากแดนปลาดิบผู้นี้ และรวมเล่มออกมากว่า 3 ครั้ง จนกระทั่งเกิดเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นชื่อ ‘เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน (Firefly, Bran Burning and other stories)’ นี้ขึ้น

            นอกจากจะมีนักแปลฝีมือเยี่ยมของเมืองไทยที่เป็นแฟนตัวยงของ มูราคามิ มารวมหัวกันแปลงงานเขียนของเขาออกมาเป็นภาษาไทยแล้ว หนังสือรวมเรื่องสั้นฉบับนี้ยังมีข้อดี คือ ช่วยบำบัดจิตใจของคนหมองเศร้าได้ แต่ก็น่าจะแปะคำเตือนไปด้วยว่า บางบทตอนในหนังสือเล่มนี้ ก็อาจจะไม่เหมาะกับคนที่รู้สึก ‘เหงา’ จนเกินไป เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกอย่างจริงจังว่า ไม่ควรอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว..

            “หิ่งห้อยจะส่องแสงอ่อนแรงลงเมื่อมันใกล้ตาย ผมจับปากขวดและลองเขย่าดูอีกหลายครั้ง ร่างเล็กของมันบินขึ้นกระทบกับผิวขวดแก้ว แต่แสงยังคงเลือนราง...”

                ถ้าทนความเหงาไม่ค่อยได้ ขอแนะนำว่าอย่าอ่านได้หนังสือเล่มนี้คนเดียว

 

เจ้าชายน้อย (อองตวน เดอ แซงต์-เตกซูเปรี : เขียน / โจอันน์ สฟารฺ : วาด / อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง : แปล / 195 บาท / สำนักพิมพ์กำมะหยี่)

                หลายคนคงเคยผ่านตาวรรณกรรมเรื่อง เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince) กันมาบ้าง ความไร้เดียงสาของเจ้าชายน้อยแห่งดาวเคราะห์น้อย บี-612 ที่ออกเดินทางสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่พร้อมฝูงนกอพยพ คงทำให้ใครจินตนาการถึงดินแดนอันไกลโพ้นท่ามกลางหมู่ดาว, ความรักระหว่างเจ้าชายน้อยกับดอกกุหลาบผู้เย่อหยิ่ง และสุนัขจิ้งจอกแห่งทุ่งข้าวสาลี ที่สอนให้เจ้าชายน้อยรู้จักถึงสายใยแห่งความผูกพันและ ‘สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา’ 

                ในวาระครบรอบ 60 ปีของการถือกำเนิด เจ้าชายน้อย สำนักพิมพ์กำมะหยี่ จึงร่วมรำลึกถึงเด็กชายตัวน้อยผู้แสวงหามิตรภาพจากดวงดวงไกล ด้วยการสร้าง ‘เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน’ ขึ้น โดยได้รับการตีความด้านภาษาจาก อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง ซึ่งต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะนอกจากเธอจะแปลความเรื่องเจ้าชายน้อยจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสแล้ว ยังต้องตีความจากภาพประกอบฝีมือของ โจอันน์ สฟารฺ นักวาดภาพประกอบเลื่องชื่อของฝรั่งเศสอีกด้วย

                แต่เมื่อได้อ่าน เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูนเล่มนี้แล้ว ขอใส่คำนิยมให้เลยว่า สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยดวงตาจริงๆ แม้จะมีภาพวาดมาทดแทนจินตนาการของคนอ่านก็ตาม แต่เจ้าชายน้อยฉบับนี้ก็ทำได้ดี ในแง่ของการเติมเต็ม และสร้างให้ภาพของเจ้าชายน้อย เป็น ‘มนุษย์’ มากยิ่งขึ้น

                หากเอ่ยถึงคำว่า เจ้าชาย บางทีเราอาจนึกถึงความสมบูรณ์พร้อม แต่เจ้าชายน้อยผู้นี้ จะทำให้คุณนึกถึงความรักและการเสียสละ

เท่าที่ชายผู้หนึ่ง จะสามารถมอบให้แก่คนที่เขารักได้

 

  

 

 

 

 

 

 
HIP Board | Talk to HIP | About HIP | Contact HIP | Advertisement
Copyright © 2006 HIP Magazine. All rights reserved.